เปรียบเทียบแรงดูดเครื่องปั๊มนมทุกรุ่น

สเปคเครื่องปั๊มนม

แรงดูดในช่องปากทารกที่เหมาะสมเพื่อให้การดูดเต้าแม่มีประสิทธิภาพอยู่ระหว่าง 87-203 mmHg (เฉลี่ย 145 mmHg)
 
ทารกที่สมองในการควบคุมการทำงานของการดูดและกลืนยังไม่สมบูรณ์เพราะคลอดก่อนกำหนด หรือซึมยา หรือมีพังผืดใต้ลิ้นจะไม่สามารถสร้างแรงดูดในช่องปากได้มีประสิทธิภาพพอที่จะกระตุ้นเต้าแม่ได้
 
กรณีนี้ การใช้เครื่องปั๊มนมที่เหมาะสมพร้อมคำแนะนำที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยแก้ปัญหาในช่วงแรกได้
 
ในทางกลับกันทารกที่มีแรงดูดในช่องปากมากเกินไป จะทำให้แม่รู้สึกเจ็บปวด เต้าบาดเจ็บ และส่งผลให้การผลิตน้ำนมน้อยลง
 
มีงานวิจัยหนึ่งซึ่งทำการทดลองระหว่างทารก 2 กลุ่ม โดยการวัดแรงดูดในช่องปากของทารก และปริมาณน้ำนมที่ได้รับจากการดูด
 
กลุ่มทดลองคือ กลุ่มที่แม่มีปัญหาเจ็บเต้าทุกข์ทรมานเวลาลูกดูด และกลุ่มควบคุมที่แม่ให้นมลูกได้อย่างปกติ ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ
 
ผลการวิจัย*คือ กลุ่มที่ลูกดูดแรงจนแม่เจ็บมีแรงดูดสูงสุดระหว่าง 154-274 mmHg (เฉลี่ย 214 mmHg) เทียบกับกลุ่มปกติที่มีแรงดูดสูงสุด 191-225 mmHg (เฉลี่ย 163 mmHg)
 
เมื่อเทียบปริมาณน้ำนมที่ได้รับ กลุ่มทดลองที่ลูกดูดแรงๆ วัดปริมาณน้ำนมที่ได้รับได้เพียง 30-72g (เฉลี่ย 41g) ในขณะที่กลุ่มควบคุมที่ลูกดูดไม่เจ็บ ได้รับน้ำนม 40-100g (เฉลี่ย 70g)
 
สรุปคือ ดูดแรง นอกจากทำให้เจ็บแล้ว ยังทำให้ได้นมน้อยลงด้วย
 
เพราะฉะนั้น เครื่องปั๊มที่ผลิตโดยผู้ผลิต #เครื่องมือแพทย์ จริงๆ ที่ทำการวิจัยและพัฒนามาเป็นเวลาหลายทศวรรษ จากประเทศแถบยุโรป จึงมีแรงดูดสูงสุดเพียง 250 mmHg เท่านั้น ซึ่งเป็นระดับที่ปลอดภัยต่อการใช้งานกับร่างกายมนุษย์
 
เครื่องที่โฆษณาว่าแรงดูดดี แรงดูดสูง 400-500 mmHg นั้นไม่ใช่เครื่องปั๊มที่ดีอย่างที่เข้าใจนะคะ
 
การจะปั๊มนมได้มากหรือน้อยขึ้นกับปริมาณน้ำนมที่มีในเต้า และคุณภาพของเครื่องปั๊มที่เหมาะสม
 
ถ้าเต้าคุณแม่ไม่มีน้ำนม เครื่องปั๊มดูดแรงแค่ไหนก็ทำให้นมออกเยอะดังใจไม่ได้ ต้องค่อยๆ กู้กลับมา
 
ถ้าต้องการให้นมเพิ่ม ต้องระบายน้ำนมออกบ่อยๆ ด้วยการดูดที่มีประสิทธิภาพของลูก หรือใช้เครื่องปั๊มรุ่นที่เหมาะสมอย่างถูกวิธีร่วมกับการนวดและบีบด้วยมือหลังปั๊มทุกครั้ง
 
*ที่มา http://bit.ly/2vInheN
Visitors: 16,615